2008/Apr/16

สงกรานต์นี้ (ไม่ชินสักทีที่จะเรียกว่าวันปีใหม่) เราได้ของขวัญให้กับตัวเองคือ มังงะชุด ดราก้อนบอล (ฉบับ NED COMICS) เพื่อย้ำเตือนความทรงจำในวัยเยาว์ ตั้งแต่เล่ม 1  - 42  เกือบครบชุด ขาดไปบางเล่ม มีปนกันทั้งฉบับพิมพ์เก่า (35 บาท) และพิมพ์ใหม่ (45 บาท) จากร้านแถวๆอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ซึ่งมีการ์ตูนเยอะสุดในเชียงใหม่แล้ว เขาลดให้สิบเปอร์เซ็นต์แน่ะ ใจดีจัง เพิ่งเห็นว่าสันปกเป็นภาพต่อเนื่องกัน ของเราสลับกันบ้าง เวลาวางเรียงกันเลยไม่สวยเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไร เพราะจะเอาไว้อ่านอย่างเดียว

พอดูดีๆแล้วจะเห็นว่า ฉบับ 45 บาท คุณภาพการพิมพ์ดีกว่า ภาพคมชัด อ่านจากขวาไปซ้าย ด้านหลังไปหน้าเหมือนต้นฉบับจากญี่ปุ่น เราไม่ชอบฉบับที่เป็นเล่มใหญ่พิมพ์บนกระดาษกรีนรีด (สีครีมๆ น่ะ) อาจจะชินกับกระดาษปรู๊ฟมั้ง มันดูดิบๆดี

 เมามันกับการอ่านมากจนลืม จดหมายถึงนักเขียนหนุ่ม ของ กนกพงษ์ สงสมพันธุ์ กับ รวมเรื่องสั้น พร้อมแล้วที่จะร้องไห้ ของ เอคุนิ คาโอริ ไว้ชั่วคราว ตะลุยอ่านมาถึง เล่ม 28 ฟรีเซอร์ตายกับพ่อ ซึ่งตามความรู้สึกของเราเรื่องมันน่าจะจบไปตอนจบศึกที่ดาวนาเม็ก เพราะทุกอย่างได้คลี่คลาย โงคูกลายเป็นซุปเปอร์ไซย่าในตำนานเอาชนะ ฟรีเซอร์ ซึ่งเป็นที่หนึ่งในจักรวาลได้ พอเขียนต่อศัตรูกลายเป็นมนุษย์ดัดแปลง มันดูไม่ค่อยเมคเซนส์ ไม่มีเรื่องของการฝึกวิชาที่เคยเป็นสีสัน เนื้อเรื่องและภาพอาจจะดูโหด และจริงจังขึ้น แต่กลับไม่สนุก (สำหรับเรา) เลยพักไว้ก่อน เดี๋ยวถ้าได้เล่มที่ขาดมาครบก็อาจจะกลับไปอ่านอีกที

สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ

2008/Apr/12

เพิ่งดูหนังรักของเด็กจบไปหนึ่งเรื่องทางสตาร์มูฟวี่ ชื่อ ลิตเลิ้ล แมนฮัตตัน ผมไม่รู้ว่าหนังเรื่องนี้ได้เข้าฉายในประเทศไทยหรือเปล่า  หนังเล่าเรื่องจากมุมมองของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งไปตกหลุมรักเด็กผู้หญิงเพื่อนร่วมรุ่นมาตั้งแต่อนุบาล แล้วก็ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะตกหลุมรักเหมือนหนังไทยบางเรื่องนะครับ มันมีที่มาที่ไปมากกว่านั้น คือ เขาตกหลุมรักตอนที่ไปนั่งมองเด็กผู้หญิงคนนั้นลองชุดที่จะใส่ตอนถือช่อดอกไม้ในงานแต่งงานของน้า เสี้ยววินาทีนั้นเอง เด็กผู้หญิงคนนี้ที่เคยน่ารักเป็นอันดับสามในชั้นแซงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งกลางใจเขาเรียบร้อย แล้วเขาก็ไม่ได้ตามจีบแบบใช้มุกทื่อๆ แบบหนังไทยหลายเรื่องนะครับ แหม มันเขินนี่ เด็กมันก็วางฟอร์มต่างๆ แบบเด็กผู้ชายแหละ กลัวไม่แมน หนังใช้เสียงบรรยายความรู้สึกของเด็กผู้ชาย (อายุ 10 ขวบ) ซึ่งพ่อแม่กำลังจะเลิกกัน ส่วนเด็กผู้หญิงก็มีครอบครัวพูนสุข ร่ำรวย รักใคร่ แล้วหนังก็มีการผจญภัยแบบเด็กๆน่ะครับ สนุกและน่ารักดี ให้มุมมองอีกมุมของเมืองนิวยอร์กเลยครับ อบอุ่น โรแนติก แล้วสุดท้ายผลสรุปจะเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครเดาได้หรอกครับ แต่เด็กผู้ชายคนนั้นก็บอกเราว่า มันก็จะกลายเป็นความทรงจำที่เราไม่มีวันลืม แล้วเราก็จะไม่มีรักแรกอีกแล้ว ฟังดูเศร้านะครับ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ใช้ความกล้า (ที่เขาบอกว่า ความรักทำให้เป็น) สารภาพรักออกไป

ลองหาดีวีดีมาดูนะครับ หนังให้มุมมองแบบเด็กๆที่เราอาจหลงลืมไปนานแล้ว เผื่อจะได้นึกถึงรักแรกของตัวเอง รู้สึกดีนะครับเวลาที่เราได้ดูหนังดีๆ สักเรื่องแบบที่เราไม่ได้คาดหวัง สำหรับผมเร็วๆ นี้ก็จะมีอย่าง Elizabeth Town ของคาเมร่อน โครว์ คือผมไม่รู้มาก่อนว่าเขาทำเรื่องนี้ ผมชอบหนังของเขาทุกเรื่องอยู่แล้ว แล้วก็มีในโรงอย่าง Vantage Point แต่เสียดายโรงเมเจอร์มันเปิดไฟขึ้นมาก่อนหนังจะจบ แถมตัดฉึบตอนที่เครดิตยังไม่ทันขึ้นด้วยซ้ำ คนออกมาโวยวายกันทั้งโรง (มีฝรั่งดูอยู่หลายคน) ถึงเขาจะรับผิดชอบด้วยการเซ็นหลังบัตรให้มาดูใหม่มันก็ไม่คุ้มกันหรอกครับ แถมคนส่วนใหญ่ก็กลับกันไปก่อนแล้ว เขาโทษว่าผิดพลาดที่คอมซึ่งเป็นตัวควบคุม แต่ผมว่ามันต้องเป็นคนที่ตั้งเวลาโปรแกรมแหละ  รอบดึกๆ มักจะเจอประจำ ไม่รู้จะรีบกลับไปถึงไหน ถ้าอยากเลิกเร็วก็ไปหางานอย่างอื่นทำสิพี่ มาอยู่โรงหนังทำไม ตอนนั้นพนักงานก็หายหัวกันไปหมด มาอีกทีคนก็ไปหมดแล้ว เราคนดูทีกหลังถ้าเจออย่างนี้ ช่วยกันโวยดัง ๆ หน่อยครับ เขาจะได้ไม่กล้าสะเพร่าอีก แหม เก็บค่าตั๋วก็แพงกว่าชาวบ้าน นี่ถ้าผมรวยจะไปเปิดโรงหนังแข่งเสียเลย จะได้มีหนังจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เสียงซาวด์แทร็คให้ดูบ้าง หรือหนังเล็กๆ ดีที่ประเทืองปัญญาเด็กให้เป็นทางเลือก หรือหนังเก่ามาฉายอีกก็ยังได้ นอกเหนือจากหนังฟอร์มยักษ์ หนังผี ตลก กระเทยที่ถล่มสมองกันอยู่ ณ เวลานี้ ใครอยากลงทุนติดต่อมานะค้าบ

2008/Mar/20

บินข้ามลวดหนาม

...ทำไมคนบางกลุ่มถึงต้องถูกจำกัดให้อยู่แต่ในรั้วลวดหนาม ทำไมมนุษย์จึงบินเหมือนนกตัวน้อย ที่โผปีกข้ามลวดหนามไปอย่างเสรีไม่ได้ มาร่วมกันประกาศพื้นที่ของผู้ที่เชื่อมั่นในมิตรภาพและศักดิ์ศรีแห่งมนุษย์ ใน
“บินข้ามลวดหนาม”
ณ ห้องประชุมใหญ่ หอศิลป์ ม.ช.
9.00 น. เสวนาวิชาการเรื่อง คนข้ามแดน
15.00 ฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยงและผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงในประเทศไทย (พูดภาษากะเหรี่ยง มีคำบรรยายไทยและอังกฤษ หาดูที่อื่นไม่ได้นะจ๊ะ)
ณ สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
14.00 น. พบกับ นิทรรศการภาพถ่ายและภาพวาดเกี่ยวกับ (และโดย) ผู้ลี้ภัยและแรงงานอพยพจากพม่า อาหารและของว่างฝีมือชนเผ่า กาดขายของที่ระลึก หนังสือ ซีดีจากกลุ่มดนตรีอิสระหลากหลาย และ แน่นอน อัลบั้ม “ไร้พรมแดน”
16.30 น. ร่วมกันบินข้ามลวดหนาม กับ การแสดงดนตรีโดยศิลปินใน "ไร้พรมแดน" พร้อมทั้งแขกรับเชิญมากมายหลายหลากสไตล์ อาทิ
คุณสุวิชานนท์ นักดนตรีหัวใจกวีผู้มากับอัลบั้มใหม่หมาด “นางฟ้าสีขาวกับรอยเท้าพระจันทร์” , ชัย บลูส์ นักดนตรีบลูส์ฝีมือขั้นเทพ, วงคันทรี่บลูแกรสแบบเมือง ๆ อย่าง ซึงหลวง จากบ้านไร่ยามเย็น, ชิ สุวิชาน พาเพลงพื้นบ้านปกาเกอะญอจากอัลบั้มที่สองของเขามาฝากพร้อมกับ”คือวา” ภรรยา, อั๊กลี่บั๊ก วงเร็กเก้จากราสต้าอาร์ตบาร์แถว ๆคูเมืองเชียงใหม่และ เยนี ศิลปินโฟล์คชาวพม่า, ทั้งหมดนี้ เปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆทั้งสิ้น

วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม
เก้าโมงเช้าถึงสามทุ่มครึ่ง

ติดตามความคืบหน้าและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.friends-without-borders.org